header image
 

.. มิตรภาพและน้ำใจ ..

         

 

 

.

 

 

             เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก สี่วันที่ฉันมาอยู่กับแม่รู้สึกว่าแป๊บเดียว 

 

           วันที่แม่เข้าโรงพยาบาล จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาล มีคนถามไถ่ ทั้งคุณป้า คุณย่าคุณยาย ทั้งถาม ทั้งตามมาเยี่ยม รวมถึงเพื่อนของแม่สมัยที่แม่เรียนพยาบาลที่อยู่ไกลกัน ยังโทรมาถาม 

 

           แม่มีเพื่อนบ้านเยอะ ถ้าไม่อยู่บ้านก็ฝากบ้านกันได้ช่วงที่แม่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล พวกป้าๆที่อยู่บ้านใกล้ๆกัน ต่างก็ถามถึงอาการด้วยความเป็นห่วง แม่กับพ่อไม่อยากรบกวนมาก จึงบอกไปว่าแม่ไปค้างบ้านน้องชาย แต่บ้านเราโกหกกันไม่เก่ง เพราะการไปค้างบ้านน้องชายไม่น่าจะมีคนเข้าๆออกๆบ้าน มาแป๊บๆแล้วก็ออกไป อย่างนี้ทุกวัน จนกระทั่งวันสุดท้ายที่แม่อยู่โรงพยาบาล ป้าคนหนึ่งโทรมาถามถามพ่อว่าบ้านของน้องชายอยู่ที่ไหน แกจะเข้าไปเยี่ยม และโชคดีวันนั้นหมออนุญาตให้แม่กลับบ้านพอดี ความจริงทั้งหมดก็เผยออกมาให้ท่านๆได้ทราบ 

 

           ทั้งป้า ทั้งน้า ทั้งย่า ที่อยู่บ้านใกล้ๆกับแม่ก็มาเยี่ยมแม่ที่บ้าน พวกแกก็แสดงความห่วงใยออกมาให้เห็น ฉันนั่งฟังอยู่ด้วย รู้สึกซาบซึ้งใจ น้ำใจแบบนี้หาไม่ค่อยได้แล้วในเมืองใหญ่ ทั้งแม่ทั้งฉันก็ขอบคุณเป็นการใหญ่ ป้าๆย่าๆที่มาเยี่ยมบอกว่า ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน” 

 

           หนที่แล้วที่ฉันมาบ้านแม่เมือสัปดาห์ก่อน พวกเราลูกๆไปเดินตลาดนัดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก มีชาวบ้านเอาของมาขายเยอะแยะไปหมด แม่เพลิดเพลินกับการซื้อโน่นซื้อนี่ตามประสาคนเป็นแม่บ้าน แม่ค้าหลายคนในตลาดรู้จักแม่ทั้งนั้น บางคนเอาผักให้แม่โดยที่ไม่รับเงินตอบแทน เอาไปเถอะ ไม่เป็นไร พี่น้องกันคุณป้าที่ขายผักบอกแม่ 

 

           ถึงแม้ฉันจะจากบ้านไปร่วมๆยี่สิบปีแล้ว แต่ความทรงจำในวัยเด็กของฉันก็ยังคงอยู่ เมื่อก่อน เวลาแม่ทำกับข้าว หรือข้างบ้านทำกับข้าว มักจะมีการเผื่อแผ่ แบ่งปันไปให้กันด้วย อาจเป็นแกงอะไรที่อร่อยๆ ฯลฯ ซึ่งเดี๋ยวนี้ฉันก็ไม่ค่อยจะเห็นภาพเหล่านั้นแล้ว 

 

           สำหรับฉันบางครั้งก็หันกลับมาถามตัวเองว่า ฉันมีมิตรภาพแบบที่แม่มีหรือไม่ บางครั้งเพื่อนที่คุยกับเรา เพื่อนสมัยมัธยมที่ไม่ได้พบปะกันนาน การคุยกันเพียงแต่อยากทบทวนความทรงจำในวัยเด็ก ถามความสุขสบายของเพื่อนแค่นั้น แต่บางครั้งสิ่งที่เป็นกับสิ่งที่เราคาดหวังมันก็ไม่ได้เป็นไปในทางเดียวกัน สังคมบริโภคนิยมหล่อหลอมเพื่อนให้เป็นในอีกแบบที่เราไม่อยากเข้าใกล้ เพื่อนบางคนที่ถูกวงการขายตรง หรือขายประกันสร้างกรอบไว้ให้เดิน ฯลฯ 

 

          ดังนั้นบทสนทนาระหว่างเพื่อนกับเพื่อน จึงอยู่ภายใต้หน้ากากเหล่านั้น และฉันมักจะพบเจอเรื่องของมิตรภาพภายใต้ผลประโยชน์ จนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว       

 

         

 

 

          ท้ายที่สุด สิ่งที่ฉันเห็นคือความผูกพันระหว่างแม่ เพื่อนแม่ และเพื่อนบ้านยังเป็นความสวยงามของมิตรภาพบนโลกใบนี้ที่ยังพอมีเหลือให้ฉันเห็นอยู่ 

 

          และสิ่งนี้ มันคงเปรียบได้กับ การพรมน้ำลงไปบนผืนดินที่กำลังแห้งแล้ง ให้ชุ่มเย็น

 

 

 

 

 

 

 

 

             ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต

 

 

           

~ by xanax71 on May 17, 2009 . Tagged: , , , , ,



26 Responses to “.. มิตรภาพและน้ำใจ ..”

  1.   xanax71 Says:

    แม่กลับแล้วล่ะเจี๊ยบ

    คราวนี้สามารถเข้ามาในบล็อกได้บ่อยๆแล้ว

    ฮ่าๆๆๆ

  2.   initmate Says:

    ไม่ว่ากันค่ะ พี่เมย์ …

    เมื่อไหร่ก็ได้ …. ^ – ^ รอพี่เมย์เสมอค่ะ

  3.   xanax71 Says:

    ท่านซุนปิน

    ข้าพเจ้าอ่านคอมเมนต์ของท่านแล้ว คงต้องบอกท่านว่ารักษาสุขภาพด้วยนะคะ อโรคยา ปรมาลาภาจริงๆ
    ข้าพเจ้าพิสูจน์ได้จากเรื่องที่หมอบอกว่าแม่ป่วยนี่แหละ ป่วยจริงๆเนี่ย ทุกข์ไปทั้งบ้านเลยค่ะ ท่านเองคงอ่านบันทึกของข้าพเจ้าเมื่อหลายวันที่แล้วแล้วแน่ๆ…ข้าฯเองช่วงนั้นก็ทุกข์มากๆ

    รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนมากๆ พักกายก็ไม่พอต้องพักใจด้วย
    ข้าพเจ้าเอง ก็ทุกข์กับการทำงานมามากแล้ว…ปวดศีรษะ ตากระตุกเรื้อรัง…พอพักจาสิ่งพวกนั้น ข้าพเจ้าไม่มีอาการเยี่ยงที่เล่าแล้ว

    ดีใจที่ท่านบอกว่าสบายดีแล้วค่ะ และขอบคุณสำหรับคำชมเรื่องภาพถ่าย (อ้อ!!เวลาจับกล้อง ข้าฯเองก็รู้สึกว่ามีความสุขมากเลยนะท่าน)

    คารวะ

  4.   ซุนปิน Says:

    ข้าฯคงต้องตอบท่านยาวเลยล่ะ…ในรอบ4-5เดือนที่ผ่านมาข้าฯเองก็มีแต่เรื่องการเดินทางและการรักษาอาการป่วย คือมันโยงมาจากอาการ Bipolar Disorder ที่ข้าฯเข้าสมาธิและเกิดความเข้าใจผิดในบางเรื่องเมื่อ2-3ปีที่แล้วก็เลยต้องกินยานาน2ปี ข้าฯเข้าใจว่าจากการกินยาจึงมีผลต่อต่อมลูกหมาก เกิดอาการโตเฉียบพลัน(เกือบตาย)และพออุลตราซาวด์และเอ็กซเรย์ ก็พบนิ่วในไต อีก…ขณะรักษา2โรคอยู่ก็เกิดอาการ อัมพาตไปอีกครึ่งซีกคือซีกซ้ายหายไปเฉยๆ…แต่อาการทั้งหมดที่ข้าฯกล่าวมานั้นหายเป็นปกติแล้ว
    ปัจจุบันข้าฯสบายดี…นี่เพิ่งจะหายก็เลยแวะมาเยี่ยมท่าน

    อืม…รูปประกอบเรื่องท่านสวยมากทุกรูปเลยนะฝีมือการถ่ายภาพท่านเก่งมาก…

  5.   xanax71 Says:

    เป็นเครือข่ายทางสังคมใช่มั้ยคะคุณกอไผ่

    แย่จังเลยนะคะ ชีวิตที่ซ่อนภายใต้หน้ากากแบบนั้น

  6.   xanax71 Says:

    คารวะจอมยุทธซุนปิน

    ข้าฯไม่เห็นท่านนานมากแล้ว ท่านสบายดีมั้ยคะนี่

  7.   xanax71 Says:

    สวัสดีจ้ะเจี๊ยบจัง

    คุณแม่สบายดีแล้วจ้า
    ช่วงนี้เทคแคร์ท่าน เลยไม่มีเวลาไปเยี่ยมที่บ้านเจี๊ยบเลย ไม่ว่ากันนะ

    เพิ่งกลับจากพัทยาเย็นวันนี้นี่เอง

    Thanks จ้า :)

  8.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่ฮอลล์

    คืนนี้จะนอนเกือบเช้าอีกรึเปล่าคะนี่

    :)

  9.   xanax71 Says:

    ขอบคุณมากค่ะคุณกิ๊บ
    เรื่องน่าดีใจอีกเรื่องคือ พอไปทำ CT Scan อีกครั้งเพื่อดูให้แน่ใจ ปรากฏว่าเส้นเลือดหัวใจทุกเส้นของแม่ดีมากเลยค่ะ หมอและพยาบาลที่โรงพยาบาลที่เมย์เคยทำงานอยู่ ดูแลแม่เป็นอย่างดีด้วย

    ดีใจมากๆเลย…วันนั้นหัวใจพองโตเลยค่ะ

    ขอบคุณคุณกิ๊บมากนะคะ :)

  10.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณนภา

    ขอโทษเช่นกันที่ทิ้งคอมเมนต์ไว้นานโดยที่ไม่ได้มาตอบค่ะ

    เห็นด้วยกับที่บอกว่า”ความซื่อก็เลยกลายเป็นความโง่ ที่ให้คนฉลาดเอาเปรียบ ” ใช่เลยค่ะ คนดีเลยกลายเป็นคนโง่ไปเลยนะคะ สำหรับยุคนี้

    แย่มากๆเลย

  11.   xanax71 Says:

    สวัสดีจ้าคุณ น.หนู

    ขอโทษที ไม่ได้มาตอบคอมเมนต์หลายวันเลย ไม่มีเวลาจริงๆ แหะ แหะ

    ตอนนี้หายหิวเลยใช่มั้ยนี่

    :)

  12.   korpai Says:

    ใช้เลยค่ะ
    เพื่อนเก่าหลายคนเห็นเราเป็นฐานเสียงเพื่อเลือกตั้ง
    คบเพราะบานะ บทบาท
    มองสิ่งรอบตัวเปลี่ยนไป
    ไม่เข้าใจคำ่ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

    ลืมความสนุกครั้งเก่า
    เคยมีความสุขวัยเยา์ว์..มันหายไปหมด
    ืทำเพื่อนายไหว้เพื่อเงินเปลี่ยนไปหมด
    ความเป็นคนถูกวัตถุลดลงทุกที

  13.   ซุนปิน Says:

    คารวะ…แวะมาเยี่ยมท่าน

  14.   initmate Says:

    สวัสดีค่ะ พี่เมย์

    เป็นงัยมั่งคะพี่ … สบายดีมั้ย
    คุณแม่เป็นงัยมั่ง ดีขึ้นแล้วใช่เป่า

    คิดถึงนะคะ

    ฝันดีค่ะพี่เมย์ :)

  15.   pijika Says:

    แวะมาอ่านคำตอบก่อนนอนค่ะ
    (เกือบเช้าอีกแย้ววววว—)

  16.   gibsii Says:

    คุณแม่กลับบ้านได้แล้ว ดีใจด้วยค่ะ

  17.   nabhasan2007 Says:

    ในสมัยก่อนคนต่างจังหวัดมักจะมีน้ำใจ แบ่งปันสิ่งของกัน
    และกัน ดิฉันก็ได้เห็นบ่อย ๆ เช่นกันค่ะ
    เมื่ออีกฝ่ายไม่อยู่บ้านก็ฝากบ้านไว้กับข้างบ้านได้
    เราก็ตอบแทนเขาโดยซื้อของมาฝาก แบ่งปันกัน
    แต่สมัยนี้แบบที่คุณเมย์กล่าวไว้น่ะค่ะ ทุกคนล้วนทำอะไรเพื่อหวังผลตอบแทนไม่ค่อยให้ความจริงใจต่อกันมากนัก

    คนที่ทำดี มีน้ำใจ ดูซื่อ ๆ มีน้ำใจกับคนอื่นมากไป
    ความซื่อก็เลยกลายเป็นความโง่ ที่ให้คนฉลาดเอาเปรียบ
    จากคนที่ดี เมื่อถูกเอาเปรียบมาก ๆ เข้า
    และโดนทำร้าย จากคนไม่ดี
    ก็เลยกลายเป็นคนไม่อยากดีกับใครแล้ว

    สังคมก็เลยยิ่งแย่กันลงทุกวัน น้ำใจในสังคมปัจจุบันก็คงจะหายากสักหน่อย คงเป็นแบบตัวใครตัวมันน่ะค่ะ … โชคดีนะคะที่คุณแม่ของคุณเมย์ ยังมีเพื่อนและคนรอบข้างที่จริงใจมีน้ำใจต่อกันอย่างดีน่ะค่ะ ^_^

  18.   nunohatyai Says:

    นู รู้สึกดีกับมิตรภาพและน้ำใจ
    อบอุ่นดีจัง..คะ คุณมูฯ

    เพียงแต่ว่า ตอนนี้..เริ่มหิวแล้วหล่ะ

    :)

  19.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ Chan

    มองดูจริงๆ ความเป็นเมืองกับชนบท มันเป็นคำตอบของพฤติกรรมของมนุษย์รึเปล่า…บางทีก็ใช่ บางทีก็ไม่ใช่เนอะ อยู่ที่คนจริงๆ

    ซึ่งก็มองว่าแม่โชคดี ที่อยู่ท่ามกลางความมีน้ำใจ

    การที่อยู่กับธรรมชาติเยอะสำหรับคนในชนบท ชีวิตเนิบๆแบบนี้ ทำให้มองเห็นอะไรรอบตัวมากกว่าเห็นแต่ตัวเอง ..มั้ง

    เด็กกับคนแก่…บางคนอาจเป็นอย่างที่คุณ Chan พูดถึงก็ได้

    ขอบคุณมากๆค่ะ

  20.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่ฮอลล์

    ยังไม่ให้แม่ไปตลาดค่ะ ที่ไปตลาดได้คือ หนที่กลับมาครั้งที่แล้วค่ะ เมื่อประมาณ 10 วันก่อน ช่วงนี้ยังไม่ให้แม่เหนื่อยมาก สิ่งใดที่แบ่งเบาภาระได้ก็จะทำ ยกเว้นสิ่งที่แม่ดื้อจะทำเอง (บางทีต้องปรามๆ…สิ่งที่เกินกำลังคนสูงวัยน่ะค่ะพี่)

    ตอนนี้แม่กำลังนั่งปักผ้าอยู่หน้าบ้านค่ะ..อิอิ

    สำหรับเรื่องน้ำใจ แบบที่พี่ฮอลล์พูดถึง นั้นดีจังนะคะ เมย์ไม่ค่อยจะเจอเท่าไร ซึ่งถ้าเจอ มันก็ไม่ใสเหมือนป้าๆแถวบ้านน่ะค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะพี่ :)

  21.   chanpanakrit2 Says:

    บางทีสิ่งที่เป็นกับสิ่งที่คิดว่ามันจะเป็น

    บนพื้นฐานความจริงตัวเดียวกัน

    มันก็ทำให้เราปริวิตก แต่มองอีกด้าน

    มันเป็นความห่วงใยบนความไม่ประมาท

    มิตรภาพในปัจจุบัน ไม่อาจสู้มิตรภาพของ

    ผู้หลักผู้ใหญ่หรือบางทีอาจจะแพ้

    มิตรภาพของความใสซื่อแบบเด็กๆ แต่เมื่อ

    โตตามวัย เข้าสู่สังคมแห่งการแข่งขัน

    เราก็สู้เสียทั้งมิตรภาพแบบเด็กๆและ

    ย่างก้าวของทุนมิตรภาพ ที่จะสั่งสมในวัย

    เฒ่าวัยแก่

  22.   pijika Says:

    อยู่แถวบ้านที่ กทม. ก็มีการแบ่งกับข้าวกันกินนะคะ
    คือเราเริ่มให้ก่อน
    เขามีอะไรแปลกๆ อร่อยๆ ก็มาแบ่งเรา

    หรือบ้านเราทำบุญ เราก็แบ่งอาหารให้เค้าค่ะ

    สงสัยเป็นเพราะ เราอยู่ในแวดล้อมของคนต่างจังหวัดกระมังคะ

    ดีใจนะคะ ที่คุณแม่ของคุณเมย์ไปตลาดได้แล้ว

    ขอให้มีความสุขทั้งบ้านนะคะ

  23.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ hakung

    เป็นอย่างที่คุณ hakung บอกค่ะ
    สังคมบริโภคนิยมขีดเส้นให้คนในสังคมเดินแบบนั้นมั้งคะ
    การที่รีบเร่ง เลยมองเห็นแต่ตัวเราเอง ลืมคิดไปว่ายังมีคนอื่นที่อยู่ร่วมสังคมกับเราน่ะค่ะ

    เราอาจจะคำนึงถึงความเจริญทางวัตถุมากเกินไปจนลืมมองเรื่องจิตใจกันไปน่ะค่ะ

    ขอบคุณมากๆนะคะ

  24.   xanax71 Says:

    สวัสดีจ้ะเจี๊ยบจัง

    ใช่แล้วจ้ะ..คนที่ได้รับน้ำใจในยามที่ลำบาก คนนั้นจะรู้สึกซาบซึ้งถึงน้ำใจเหล่านั้นมากๆเลยล่ะ (อะไรมก็หามาแทนไม่ได้นะ)

    พ่อบอกว่าแม่มีบุญ (มั้ง)เพราะเคยดูแลย่าตอนที่ย่าไม่สบายด้วย…พี่ว่าเพราะแม่มีน้ำใจด้วยแหละ และน้ำใจของคนต่างจังหวัด …เป็นน้ำใจที่ปนมากับความจริงใจจริงๆนะเจี๊ยบ

    ขอบคุณมาก สำหรับน้ำใจของเจี๊ยบด้วยนะจ๊ะ
    :)

  25.   hakung Says:

    เป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหาให้กลับมา แต่ในความจริงกลับไม่เคยรักษาไว้และยิ่งผลักใสให้ห่างออกไป น่าเสียดายค่ะ

    ช้าได้ค่ะมิใช่ปัญหาเลย

    รักษาสุขภาพนะคะ

  26.   initmate Says:

    ในยามลำบาก … แม้จะเป็นช่วงที่ไม่อยากเจอ และ
    เป็นช่วงที่เศร้า ๆ แต่ก็ยังมีน้ำใจของคนรอบ ๆ
    ข้างที่นำพาความสุขใจ และกำลังใจมาให้มากมายนะคะ
    พี่เมย์

    มิตรภาพหาได้ยากยิ่ง ….
    แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีให้สัมผัสนะคะ …..

    ยินดีด้วยค่ะพี่เมย์ ….

    อบอุ่นมาก ๆ ที่ได้สัมผัสกับความอาทร
    ของคนที่อยู่รอบ ๆ ข้างคุณแม่นะคะ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.